เลือกหน้า

🧠 ซีรีโบรไลซิน (Cerebrolysin): ทำงานอย่างไรกับเซลล์สมอง?

หมอกัณ ซีเนียเฮล คลินิก & พัทยา2 คลินิก เฉพาะทางอายุรกรรมหมอกัณฒิภัสส์  

#Pattaya2NursingHomeCare  #พัทยา#ชลบุรี #ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือ #กายภาพบำบัด

080-142-0052

Line ปรึกษาหมอกัณฒิภัสส์

แผนที่ google map

 

💊 ซีรีโบรไลซินคืออะไร?

ซีรีโบรไลซินเป็นยาที่ได้จากการสกัดโปรตีนและเปปไทด์ (peptide: สายของกรดอะมิโนขนาดเล็ก) จากสมองหมูที่มีการทำให้บริสุทธิ์ ตัวยามีลักษณะเป็นสารละลายใสสำหรับฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ (IV) หรือกล้ามเนื้อ (IM) และจัดเป็นยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์บำรุงและปกป้องระบบประสาท (Neurotropic drug)

💡 ทำไมต้องใช้ยาตัวนี้?

ยานี้มักถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการฟื้นฟูและรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง เช่น:

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน และส่งเสริมการฟื้นตัวของระบบประสาท
  • ภาวะบาดเจ็บที่สมอง (Traumatic Brain Injury, TBI): ช่วยในการลดอาการบาดเจ็บของสมองในระยะแรกและฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาท
  • ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เช่น โรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือด: ช่วยปรับปรุงการทำงานของสมองด้านความจำและการรับรู้ (Cognitive function)

🔬 ซีรีโบรไลซินทำงานอย่างไรในภาพรวม?

กล่าวโดยง่าย ซีรีโบรไลซินทำหน้าที่คล้ายกับ “สารอาหารบำรุงและตัวช่วยซ่อมแซม” ให้แก่เซลล์สมองที่กำลังอ่อนแอหรือถูกทำลายจากการบาดเจ็บหรือโรค โดยจะเลียนแบบการทำงานของสารอาหารบำรุงสมองตามธรรมชาติที่เรียกว่า “นิวโรโทรฟิก แฟคเตอร์” (Neurotrophic Factors, NTFs)

กลไกการออกฤทธิ์

🧬 องค์ประกอบและกลไกหลัก (Mode of Action – Multimodal Action)

ซีรีโบรไลซินเป็นยาที่มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ซับซ้อนและหลายด้าน (Multimodal Action) เนื่องจากเป็นสารผสมของเปปไทด์และกรดอะมิโน ซึ่งสามารถเลียนแบบหรือปรับการทำงานของ Neurotrophic Factors หลายชนิด เช่น BDNF (Brain-Derived Neurotrophic Factor), NGF (Nerve Growth Factor), IGF-1, และ IGF-2

กลไกหลักในการออกฤทธิ์ต่อเซลล์สมอง (Neurons) แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก:

  1. การปกป้องเซลล์ประสาท (Neuroprotection):
  • ต้านการตายของเซลล์ (Anti-Apoptosis): ยับยั้งกระบวนการตายของเซลล์ประสาทแบบตั้งโปรแกรม (Apoptosis) ที่เกิดตามหลังภาวะขาดเลือดหรือบาดเจ็บ
  • ต้านอนุมูลอิสระและลดภาวะเครียดออกซิเดชัน (Anti-Oxidant/Reducing Oxidative Stress): ช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระ (Free Radicals) และลดภาวะเครียดของเซลล์ที่เกิดจากภาวะขาดออกซิเจน
  • ลดการอักเสบในระบบประสาท (Anti-Inflammation): ปรับการตอบสนองของการอักเสบที่มากเกินไปของเซลล์สมอง เช่น Microglia
  • ป้องกัน Excitotoxicity: ช่วยควบคุมระดับสารสื่อประสาทที่กระตุ้นมากเกินไป เช่น กลูตาเมต ซึ่งสามารถทำให้เซลล์ตายได้
  1. การซ่อมแซมและฟื้นฟู (Neurorepair & Neuroplasticity):
  • ส่งเสริมการสร้างและการเชื่อมต่อของไซแนปส์ (Synaptogenesis and Synaptic Plasticity): กระตุ้นให้เซลล์ประสาทสร้างจุดเชื่อมต่อใหม่ (Synapses) และเสริมความแข็งแรงของจุดเชื่อมต่อที่มีอยู่เดิม ซึ่งสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้และความจำ
  • กระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ (Neurogenesis): มีการศึกษาที่พบว่าซีรีโบรไลซินสามารถกระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในบางบริเวณของสมอง เช่น Dentate Gyrus ใน Hippocampus ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ
  1. การปรับปรุงระบบเมตาบอลิซึมของเซลล์ประสาท (Neuronal Metabolism):
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ทนทานต่อภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia) และภาวะขาดสารอาหารได้ดีขึ้น
  • มีบทบาทในการควบคุมการสะสมของโปรตีนผิดปกติ เช่น Amyloid Plaque และ Tau Protein ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ โดยการปรับการทำงานของเอนไซม์บางชนิด เช่น GSK3$\beta$ และ CDK5

🚧 การซึมผ่านเข้าสู่สมอง (Blood-Brain Barrier, BBB)

แม้ว่าซีรีโบรไลซินจะเป็นเปปไทด์ แต่มีการศึกษาทางคลินิกและพรีคลินิกที่แสดงให้เห็นว่าสามารถ ซึมผ่านเข้าสู่กำแพงกั้นเลือดและสมอง (Blood-Brain Barrier, BBB) ได้ และออกฤทธิ์ในเนื้อเยื่อประสาทและหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรทราบ

  • ความปลอดภัย: โดยทั่วไปซีรีโบรไลซินถือว่ามีความปลอดภัยและทนทานต่อการใช้ (Well-tolerated) ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมักไม่รุนแรง เช่น ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ หรือมีไข้เล็กน้อย